เกมส์

รวมโปร

รวมรีวิว

ลงขายฟรี

วิธีสั่งซื้อ
ทางลัด
กำลังโหลดหน้าเพจ
intro reward
ธุรกิจพี่น้องคริสตัง
S-ERUM สบู่เซรัมสารสกัดเขากวางเพื่อดูแลผิวหน้าที่ดีที่สุดกว่า 25 ปี
Larna House บริการสั่งทำเค้กออนไลน์ในแบบที่คุณต้องการ ด้วยประสบการณ์ 20 กว่าปี
Leo กราฟฟิคดีไซน์ รับออกแบบงานกราฟฟิค สื่อสิ่งพิมพ์ ทุกประเภท
Pop Me Crazy ไอศกรีมโฮมเมดกล้วยหอมเคลือบชอคโกแลตเบลเยี่ยม
รับสอนภาษาไทยสำหรับชาวต่างชาติ
iizziistudio อิซซี่ สตูดิโอ รับออกแบบเว็บไซต์และกราฟฟิกเพื่อการประชาสัมพันธ์
มานูก้า อพาร์ทเมนต์ ห้องพักราคาประหยัด รามคำแหง 52 ใกล้รถไฟฟ้า
พระเมตตา โลหิต น้ำพุแห่งชีวิต ผู้เจ็บป่วย ใกล้ตาย จงมาหาพระองค์ พระองค์สัญญาที่จะให้ท่านได้รับการบรรเทาและความรอด

พระเมตตา โลหิต น้ำพุแห่งชีวิต ผู้เจ็บป่วย ใกล้ตาย จงมาหาพระองค์ พระองค์สัญญาที่จะให้ท่านได้รับการบรรเทาและความรอด

วันศุกร์ที่ 8 มกราคม 2564 เวลา 08:20 น.
อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้องด้วยป้ายแทค :

แชร์ 7 แชร์ 7 แชร์ 6

แจ้งรายงานบทความ

สาระพระคัมภีร์

เมื่อชีวิตของผมต้องเผชิญหน้ากับการการสูญเสีย - ความตายและความเจ็บป่วย
ผมได้รับคำแนะนำจากเพื่อน ๆ ในเว็บไซต์ www.newmana.com 
ให้วิงวอนขอและสวทบทภาวนา "พระเมตตา"

ผมจึงค้นหาข้อมูลและรายละเอียดเพื่อเผยแพร่เป็นการขอบพระคุณพระองค์
และทุกครั้งที่ได้ฟังเพลง "พักพิงในพระเจ้า" Stay in God เมื่อไหร่
น้ำตาก็ไหลออกมาทุกครั้ง

รายละเอียดเกี่ยวกับพระเมตตา
พระฉายาลักษณ์พระเมตตาของพระเป็นเจ้า 

นายแทม ดอทคอม


ในปี 1931 พระเยซูเจ้าทรงปรากฏพระองค์ในนิมิต แก่ซิสเตอร์โฟสตินา เธอเห็นพระองค์ทรงสวมเสื้อยาวสีขาว พระหัตถ์ขวายกขึ้นในท่าอวยพร  มีลำแสงสองสายฉายออกมาจากเสื้อบริเวณพระหฤทัยลำแสงหนึ่งเป็นสีแดง อีกสายหนึ่ง สีจาง เธอเพ่งมองพระองค์อย่างเงียบๆ แต่เต็มไปด้วยความปีติยินดี พระเยซูเจ้าตรัสแก่เธอว่า

“จงวาดภาพขึ้นมาภาพหนึ่ง ตามแบบที่ลูกเห็น พร้อมกับคำจารึกว่า ‘พระเยซูเจ้าข้า ลูกวางใจในพระองค์’ ...เราสัญญาว่า วิญญาณที่แสดงความเคารพต่อภาพนี้ จะไม่พินาศ เราขอสัญญาด้วยว่าเขาจะชนะศัตรูของเขาตั้งแต่อยู่บนโลกนี้ โดยเฉพาะเมื่อใกล้จะตาย เราจะปกป้องวิญญาณนั้นเสมือนหนึ่งเป็นสิริมงคลของเราเอง (47, 48) ...เรากำลังเสนอภาชนะอย่างหนึ่ง ให้แก่คนทั้งหลาย ซึ่งเขาจะเข้ามาหาพระหรรษาทานจากน้ำพุแห่งพระเมตตาได้เสมอ ภาชนะนั้นคือรูปภาพซึ่งมีคำจารึกว่า ‘พระเยซูเจ้าข้า ลูกวางใจในพระองค์’ (327)...เราต้องการให้ภาพนี้ได้รับการคารวะ เริ่มจากในวัดน้อยของลูกและ(ขยายไป) ทั่วทั้งโลก” (47)

จิตตาธิการของซิสเตอร์โฟสตินา ขอให้เธอถามพระเยซูเจ้าถึงความหมายของรังสีทั้งสองสายในภาพ เธอได้ยินคำตอบดังนี้ “รังสีทั้งสองหมายถึงโลหิตและน้ำ ลำแสงสีจางหมายถึงน้ำซึ่งทำให้วิญญาณบริสุทธิ์ ลำแสงสีแดงหมายถึงโลหิตซึ่งเป็นชีวิตของวิญญาณ ลำแสงทั้งสองนี้ ออกมาจากส่วนลึกที่สุดของพระเมตตา อันอ่อนหวานของเรา เมื่อดวงใจอันทุกข์ระทมของเราถูกเปิดออก ด้วยหอกบนไม้กางเขน... นับเป็นโชค ของผู้ที่หลบภัยอยู่ในลำแสงนี้ เพราะพระหัตถ์อันทรงความยุติธรรมของพระเป็นเจ้า จะไม่จับต้องเขา(299)... ด้วยภาพนี้ เราจะให้พระหรรษทานมากมายแก่วิญญาณทั้งหลาย ภาพนี้จะเตือนให้ระลึกถึงสิ่งที่ความเมตตาของเราเรียกร้องเพราะความเชื่อ แม้ที่แข็งแกร่งที่สุดย่อมไม่เกิดผล หากปราศจากกิจการ” (742)

ภาพนี้ได้ถูกวาดขึ้นหลายครั้ง แต่ละครั้งแตกต่างกัน แต่พระเยซูเจ้าทรงบอกไว้อย่างชัดเจนว่า สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่ภาพ เมื่อซิสเตอร์โฟสตินาได้เห็นภาพแรกที่ถูกวาดขึ้นตามคำแนะนำของเธอ เธอร้องไห้ด้วยความผิดหวังและโอดครวญกับพระเยซูเจ้าว่า “ใครจะวาดภาพพระองค์ให้งามเท่าพระองค์จริงได้” (313) เธอได้ยินคำตอบว่า “ความยิ่งใหญ่ของภาพนี้ไม่ได้อยู่ที่ ความงามของสีหรือลายเส้นพู่กัน แต่อยู่ที่พระหรรษทานของเรา” (313) ดังนั้น ไม่ว่าภาพที่เราพอใจจะผลิตขึ้นครั้งใด เราก็มั่นใจได้ว่าภาพนั้นคือท่อธารแห่งพระหรรษทาน ถ้าเราแสดงความเคารพ ด้วยความไว้วางใจในพระเมตตาของพระองค์


สายประคำพระเมตตา
ปี 1935 ซิสเตอร์โฟสตินา ได้เห็นนิมิตของทูตสวรรค์องค์หนึ่งที่พระเป็นเจ้าทรงส่งมาลงทัณฑ์เมืองหนึ่ง เธอเริ่มสวดขอพระเมตตาแต่คำภาวนาของเธอไร้ผล ในทันใด เธอได้เห็นพระตรีเอกภาพ และรู้สึกว่า เกิดพลังจากพระหรรษทานของพระเยซูเจ้าภายในตัวเธอในเวลาเดียวกันเธอพบว่า ตนเองกำลังวิงวอนขอความเมตตาจากพระเป็นเจ้า ด้วยคำพูดที่เธอได้ยินจากภายในตัวเธอว่า “ ข้าแต่พระบิดานิรันดร ข้าพเจ้าขอถวายแด่พระองค์ ซึ่งพระกาย พระโลหิต พระวิญญาณ และพระเทวภาพแห่งพระบุตรสุดที่รักของพระองค์ พระเยซูคริสตเจ้า พระเจ้าของข้าพเจ้าทั้งหลายเพื่อชดเชยบาปของข้าพเจ้า และของชาวโลกทั้งมวล” (476)

ขณะที่เธอสวดภาวนา ตามที่ได้รับการดลใจนี้ ทูตสวรรค์องค์นั้นหมดกำลังและไม่สามารถลงโทษได้ดังที่เมืองนั้นสมควรได้รับ (474 , 475)

วันต่อมา ขณะที่เธอเข้าไปสวดในวัดน้อย เธอได้ยินเสียงจากภายใน สอนให้สวดบทภาวนา ซึ่งพระเยซูเจ้าทรงเรียกภายหลังว่า “สายประคำ” นับแต่นั้นมาเธอสวดภาวนา ในรูปแบบนี้เสมอและอุทิศให้เป็นพิเศษแก่คนใกล้ตาย

ในการเผยแสดงหลายครั้งต่อมา พระเยซูเจ้าทรงบอกชัดเจนว่าพระองค์มิได้ให้สายประคำนี้สำหรับเธอเพียงคนเดียว แต่สำหรับคนทั้งโลก พระองค์ทรงให้คำสัญญาพิเศษสำหรับการสวดสายประคำนี้ด้วยว่า

“จงส่งเสริมให้วิญญาณทั้งหลายสวดสายประคำที่เรามอบให้ลูก (1541)... ใครก็ตามที่สวดสายประคำนี้ จะได้รับพระเมตตายิ่งใหญ่ในยามใกล้ตาย (687)... เมื่อพวกเขาสวดสายประคำนี้ต่อหน้าคนใกล้ตายเราจะยืนอยู่ระหว่างบิดาของเราและเขา มิใช่ฐานะผู้พิพากษา แต่ในฐานะพระผู้ไถ่ผู้เปี่ยมด้วยความเมตตา (1541)... พระสงฆ์จะแนะนำให้คนบาปสวดสายประคำนี้ เป็นความหวังสุดท้ายเพื่อความรอดของพวกเขา แม้จะมีคนบาปคนใด ที่ใจกระด้างที่สุดถ้าเขาสวดสายประคำเพียงครั้งเดียวเขาก็จะได้รับพระหรรษทานจากพระเมตตาอันไม่มีที่สิ้นสุดของเราแล้ว (687) เราต้องการมอบพระหรรษทานมากมายเหนือจินตนาการให้แก่วิญญาณที่วางใจในความเมตตาของเรา (687)... อาศัยการสวดสายประคำนี้ ลูกจะได้รับทุกสิ่ง ถ้าสิ่งที่ลูกขอสอดคล้องกับความประสงค์ของเรา” (1731)

สายประคำพระเมตตานี้ ซึ่งสวดโดยใช้สายประคำธรรมดา คือการภาวนาเพื่อขอความเมตตาเพื่อผู้อื่น เป็นการขยายผลของการบูชาแห่งศีลมหาสนิท ดังนั้นจึงสมควรที่สุดที่จะใช้สวด หลังจากได้รับศีลมหาสนิทในพิธีบูชามิสซาแล้ว บทภาวนานี้สามารถสวดระหว่างระยะเวลา 9 วัน ก่อนวันฉลองพระเมตตา (วันอาทิตย์แรกหลังปัสกา) พระองค์ตรัสด้วยว่า

“ด้วยนพวาร (ของการสวดสายประคำ) นี้ เราจะมอบพระหรรษทานทุกประการเท่าที่จะให้ได้แก่วิญญาณทั้งหลาย” (796)

สายประคำนี้ สมควรสวดระหว่าง “ชั่งโมง แห่งพระเมตตายิ่งใหญ่” ด้วย คือ เวลาบ่ายสามโมงทุกวัน (เพื่อระลึกถึงเวลาที่พระคริสตเจ้า ทรงสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน) พระเยซูเจ้าทรงขอร้องในการเผยแสดงต่อซิสเตอร์โฟสตินา ให้เราระลึกถึงพระทรมานของพระองค์เป็นพิเศษระหว่างชั่งโมงนี้

สายประคำนี้ สามารถสวดโดยการขับร้องตามทำนองต่างๆ ได้ด้วย


วิธีสวดสายประคำประเมตตา
พระเยซูเจ้าตรัสแก่ ซิสเตอร์โฟสตินาว่า
“ลูกจำต้องสวดสายประคำนี้ ตามเม็ดสายประคำ ดังนี้” (476)

( 1 ) เริ่มสวดด้วยบท ข้าแต่พระบิดา หนึ่งบท วันทามารีย์ หนึ่งบทและตามด้วยบท ข้าพเจ้าเชื่อ

( 2 ) ทุกประคำเม็ดใหญ่ (แทนที่บทข้าแต่พระบิดา) ให้สวดว่า : “ ข้าแต่พระบิดานิรันดร ข้าพเจ้าขอถวายแด่พระองค์ซึ่งพระกาย พระโลหิต พระวิญญาณ และพระเทวภาพ แห่งพระบุตรสุดที่รักของพระองค์ พระเยซูคริสตเจ้า พระเจ้าของข้าพเจ้าทั้งหลายเพื่อชดเชยบาปของข้าพเจ้า และของชาวโลกทั้งมวล”

( 3 )  ทุกประคำเม็ดเล็ก (แทนที่บทวันทามารีย์ 10 เม็ด) ให้สวดว่า : “ เดชะพระทรมานอันน่าเศร้าสลดยิ่งของพระเยซูเจ้า ขอทรงโปรดเมตตาข้าพเจ้าทั้งหลาย และชาวโลกทั้งมวลเทอญ”

( 4 )  ตอนจบของการสวดสายประคำ ให้สวด 3 ครั้ง ว่า :

“ ข้าแต่พระเจ้า ผู้ศักดิ์สิทธิ์ ผู้ทรงฤทธิ์ และผู้มิรู้ตาย โปรดเมตตาข้าพเจ้าทั้งหลาย และชาวโลกทั้งมวลเทอญ”


วันฉลองพระเมตตา
ในบันทึกของซิสเตอร์โฟสตินา มีข้อความอย่างน้อย 14 แห่งที่พระเยซูเจ้าทรงขอร้อง ให้พระศาสนจักรสถาปนา “วันฉลองพระเมตตา” อย่างเป็นทางการ พระองค์ตรัสว่า

“ การฉลองนี้ เกิดจากส่วนลึกของความเมตตาของเรา และได้รับการยืนยันในส่วนลึกอันไพศาลแห่งความเมตตา อันอ่อนหวานของเรา (420)... เราต้องการให้จัดพิธีฉลองอย่างสง่าในวันอาทิตย์แรกหลังปัสกา...เราต้องการให้วันฉลองพระเมตตาเป็นที่หลบภัยสำหรับวิญญาณทั้งปวงโดยเฉพาะคนบาปที่น่าเวทนา ส่วนลึกแห่งความเมตตาอันอ่อนหวานของเราจะเปิดออกในวันนั้น เราจะเทมหาสมุทรแห่งพระหรรษทานลงบนวิญญาณทั้งหลาย ที่เข้ามาหาน้ำพุแห่งความเมตตาของเรา” (699)

การแสดงความเคารพต่อพระฉายาลักษณ์พระเมตตา
พระฉายาลักษณ์พระเมตตา ต้องได้รับการถวายเกียรติเป็นพิเศษ ในวันฉลองพระเมตตา และภาพเตือนใจ ที่ทำให้ทุกคนระลึกถึงทุกสิ่งที่พระเยซูเจ้าทรงทำเพื่อเรา โดยทางพระทรมาน การสิ้นพระชนม์ และการกลับคืนชีพของพระองค์ และเตือนให้ระลึกถึงสิ่งที่พระองค์ทรงขอจากเรา... การวางใจในพระองค์และการแสดงความเมตตาต่อผู้อื่น

“ เราต้องการให้ภาพนี้ได้รับการเสกอย่างสง่า ในวันอาทิตย์แรกหลังปัสกา และเราต้องการให้ภาพนี้ได้รับการคารวะจากคนทั่วไปเพื่อว่า วิญญาณทุกดวงจะได้รู้จักภาพนี้” (341)


คำสัญญาพิเศษเกี่ยวกับพระเมตตา
ซิสเตอร์โฟสตินา บันทึกคำสัญญาของพระเยซูเจ้า ที่จะทรงยกบาป และโทษบาปทั้งหมดในวันฉลองพระเมตตานี้ไว้ถึง 3 ครั้ง แต่ละครั้งใช้ถ้อยคำที่ต่างกันเพียงเล็กน้อย “ เราต้องการให้อภัยอย่างครบถ้วน แก่วิญญาณที่สารภาพบาปและรับศีลมหาสนิทในวันฉลองพระเมตตาของเรา” (1109) “ ใครก็ตามที่เข้ามาหาน้ำพุแห่งชีวิตในวันนี้ จะได้รับการยกบาปและโทษบาปทั้งหมด” (300) “ วิญญาณที่จะสารภาพบาป และรับศีลมหาสนิทจะได้รับการอภัยบาปและโทษบาปทั้งหมด” (699)


การเสด็จมาครั้งที่สอง
พระเยซูเจ้าทรงตรัสแก่ซิสเตอร์ เฟาสตีนาว่า การเสด็จมาครั้งแรกของพระองค์นั้น พระองค์เสด็จมาอย่างต่ำต้อย ดุจดังคนรับใช้ เพื่อที่จะไถ่กู้โลกจากบาป แต่การกลับมาครั้งที่สอง พระองค์จะมาในพระเกียรติอันรุ่งเรืองเพื่อพิพากษาโลก ดังปรากฏในพระคัมภีร์มัทธิว บทที่ 13 และ 25. พระเยซูเจ้ากล่าวแก่ซิสเตอร์เฟาสตีนาว่า "เธอจะเป็นผู้เตรียมโลกให้พร้อมที่จะต้อนรับการกลับมาครั้งสุดท้ายของเรา."(ไดอารี่ 429):

จงบอกแก่ชาวโลกเกี่ยวกับพระเมตตาของเรา....นี่เป็นเครื่องหมายสำหรับวาระสุดท้าย. หลังจากเวลาแห่งพระเมตตา จะเป็นเวลาแห่งพระยุติธรรม. ขณะที่ยังมีเวลาอยู่ จงมาตักตวงน้ำพุแห่งพระเมตตาของเรา. (ไดอารี่ 848)

จงบอกแก่วิญญาณทั้งหลายเกี่ยวกับพระเมตตาอันยิ่งใหญ่ของเรา , เพราะวันแห่งความวิปโยค , วันแห่งพระยุติธรรมของเรา อยู่ใกล้แล้ว . (ไดอารี่ 965)

เราได้ยืดเวลาแห่งพระเมตตาของเราออกไปเพื่อเห็นแก่คนบาป. วิบัติแก่คนที่ไม่ตระหนักถึงเวลาที่เราได้มาเยี่ยมเยียนพวกเขา. (ไดอารี่ 1160)

ก่อนที่จะถึงวันแห่งพระยุติธรรม , เราได้ให้วันแห่งพระเมตตา (ไดอารี่ 1588)

คนที่ปฏิเสธจะเข้าประตูแห่งพระเมตตาของเรา พวกเขาจะต้องเข้าประตูแห่งพระยุติธรรมของเราแทน. (ไดอารี่ 1146)

พระมารดามารี พระมารดาแห่งพระเมตตาได้ตรัสแก่ซิสเตอร์ เฟาสตีนา เช่นเดียวกัน
"ลูกต้องพูดต่อโลกเกี่ยวกับพระเมตตาอันยิ่งใหญ่นี้ และเตรียมโลกให้พร้อมสำหรับการกลับมาครั้งที่สองของพระองค์ ซึ่งไม่ได้มาในฐานะพระผู้ไถ่ แต่ในฐานะผู้พิพากษา. โอ! ช่างน่าสพึงกลัวสักเพียงไรในวันนั้น ซึ่งจะเป็นวันแห่งพระยุติธรรม, วันแห่งพระพิโรธ เหล่าเทวดาต่างสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัวต่อวันนั้น. ลูกจงบอกแก่วิญญาณเกี่ยวกับพระเมตตายิ่งใหญ่ขณะที่ยังมีเวลาอยู่"

เมื่อทะเลต้องพบมรสุมแปรปรวน ชีวิตคนเราก็เป็นเช่นนั้น
ยามทุกข์เจียนตายดุจดั่งโดนคลื่นซัดซา ขาดที่กำบังไร้ที่พักพิง

แต่อย่าลืมว่าพระองค์เฝ้าดูเราอยู่ พร้อมที่จะชูใจที่อ่อนแรงระอา
อย่าหันไปจากพระพักตร์ที่แสนเมตตา มอบชีวีให้พระองค์นำพา

พักพิงในพระเจ้า พักพิงในพระองค์ พระองค์เป็นศิลามั่นคง
พระองค์เป็นพระเจ้า พลังความรอดบาป ทรงเป็นโล่ เป็นกำลังที่เข้มแข็ง

ต่อไปนี้ฉันจะไม่ต่อสู้เพียงลำพัง
เพราะพระองค์ผู้ทรงมีชัยเหนือความตายความบาป ทรงยืนอยู่เคียงข้างฉัน

 

แชร์ 7 แชร์ 7 แชร์ 6

กดขอบคุณพระเจ้ารับ 1 คะแนน

นายแทม , BanK ขอบพระคุณพระเจ้าในบทความนี้
นักเขียน

มารู้จักพระคัมภีร์ไบเบิลกัน

โดยปกติคนเราก็ติดต่อกันด้วยคำพูดหรือทางภาษา พระเป็นเจ้าก็ใช้วิธีเดียวกันที่มนุษย

แผนการณ์ของพระเจ้านั้นดีเสมอ

อาจดูเหมือนว่า พระเจ้าทรงนิ่งเฉยต่อสถานการณ์ที่ยากลำบากของเรา ทรงปล่อยให้สถานะกา

บทเพลงของชีวิต

หนูจงสร้างแต่ความทรงจำที่ดี เพราะมันจะเป็นสิ่งสุดท้ายที่หนูจะได้นอนดูมันก่อนจะหม

พ่อครับ พ่อครับ ดูเมฆบนฟ้าสิครับ มันกำลังวิ่งตามเรามาด้วย

หนุ่มสาวคู่นั้นทนกับพฤติกรรมของชายหนุ่มคนนี้ไม่ไหวแล้ว จึงหันมาตวาดกับผู้เป็นพ่อ

Nabeel Qureshi มุสลิมผู้กลับใจมาเป็นคริสเตียน จากบ่าวรับใช้ กลับใจได้ถูกรับเป็นลูกของพระองค์

ผมกลับไปที่อพาร์ทเมนต์ของผม และวางอัลกุรอานและไบเบิลไว้ข้างหน้า ผมหันไปหาอัลกุรอ

☆การกลับคืนชีพของพระเยซูคริสต์☆ถ้าไม่เชื่อเรื่องนี้ ความเชื่ออื่นก็ไร้ประโยชน์☆ ตอนที่ 3

ถ้าใครจะฉลาดหาเหตุผลทางสังคมร้อยแปดพันเก้ามายัดให้ ก็ไม่มีอะไรที่มีน้ำหนักพอ นอก

☆การกลับคืนชีพของพระเยซูคริสต์☆ถ้าไม่เชื่อเรื่องนี้ ความเชื่ออื่นก็ไร้ประโยชน์☆ ตอนที่ 2

ดังนั้นการกลับคืนชีพ จึงเป็นเครื่องหมายของการพ้นบาปที่แท้จริง ความรอดของพระเยซู

ผม คือ ผลงานปั้นของพระเจ้าที่เต็มไปด้วยบาดแผล

ท่ามกลางความทุกข์ยากของชีวิตหนึ่งของผมนั้น ที่แทบจะไม่มีเครื่องมืออะไรมาก แต่ชีว

ประสบการณ์จริง : ไม่มีวิญญาณใดที่ร้องขอความเมตตาจากเราแล้วจะผิดหวัง

นี่เป็นเรื่องราวที่น่าทึ่งเกี่ยวกับความเกลียดชัง การเข่นฆ่าอย่างป่าเถื่อน ความ

☆การกลับคืนชีพของพระเยซูคริสต์☆ถ้าไม่เชื่อเรื่องนี้ ความเชื่ออื่นก็ไร้ประโยชน์☆ ตอนที่ 4

ดังนั้นคริสตชนคนใด ทำดีแค่ไหน อ้างว่าเชื่ออย่างไร แต่กลับไม่ยอมเชื่อเรื่องการกลั

เรื่องเกี่ยวข้องจากโซเชียล

facebook-logo-svgrepo-com.svg
facebook-logo-svgrepo-com.svg
facebook-logo-svgrepo-com.svg
facebook-logo-svgrepo-com.svg
facebook-logo-svgrepo-com.svg
facebook-logo-svgrepo-com.svg